แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 301 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่นลำปาง สำหรับนักเรียนอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง
SoftPower
ปฐมวัย
การงานอาชีพ
ข้อมูลผู้พัฒนา
นายสิทธิกร ตุ้ยเต็มวงศ์
ผู้อำนวยการสถานศึกษา
เทศบาลห้างฉัตร
การบริหารการศึกษา
0818812480
sittipe@hotmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

ชื่อเรื่อง: การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่นลำปาง สำหรับนักเรียนอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

 

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่นลำปางสำหรับเด็กอนุบาล 3 2) เพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมต่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นลำปาง 3) เพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมต่อทักษะการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครู ผู้ปกครอง และชุมชน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ปีการศึกษา 2568 จำนวน 20 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ซึ่งมีแผนการจัดประสบการณ์จำนวน 8 แผน 2) แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นลำปาง 3) แบบประเมินทักษะการเรียนรู้และพัฒนาการ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ t-test (Dependent Samples)

ผลการวิจัยพบว่า:

  1. กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและมีคุณภาพในระดับสูงมาก โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญเท่ากับ 0.95
  2. หลังการเข้าร่วมกิจกรรม นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นลำปางสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้และพัฒนาการโดยรวมหลังเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับดี (xˉ = 48)
  4. ครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยรวมอยู่ในระดับมาก (xˉ = 39)

โดยสรุป กิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นนี้มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและหนุนเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นแนวทางต้นแบบในการบูรณาการ Soft Power เข้ากับการจัดการศึกษาในระดับท้องถิ่นต่อไป

คำสำคัญ: กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ, Soft Power, อาหารท้องถิ่น, การศึกษาปฐมวัย

หลักการและเหตุผล

ในยุคปัจจุบันที่โลกเผชิญกับกระแสโลกาภิวัตน์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม รัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ "Soft Power" เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2566)

จากการศึกษาของ Global Soft Power Index พบว่า ไทยยังคงมีศักยภาพในการพัฒนา Soft Power อีกมาก โดยเฉพาะในด้านอาหาร (Food) ที่เป็นหนึ่งใน 5F ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival อาหารไทยถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ แต่ในปัจจุบันยังพบปัญหาสำคัญหลายประการ

ปัญหาแรกคือ เด็กไทยในระดับปฐมวัยขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าและเอกลักษณ์ของอาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะในยุคที่อาหารสำเร็จรูปและอาหารฟาสต์ฟู้ดได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ส่งผลให้เด็กห่างเหินจากอาหารพื้นเมืองและภูมิปัญญาการทำอาหารของบรรพบุรุษ (สถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565)

ปัญหาที่สองคือ การจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยยังขาดการบูรณาการความรู้เกี่ยวกับ Soft Power และอาหารท้องถิ่นเข้ากับหลักสูตรอย่างเป็นระบบ ทำให้เด็กไม่ได้รับการปลูกฝังความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการสร้างรากฐานทางด้านค่านิยมและความเป็นตัวตนของบุคคล

ปัญหาที่สามคือ ขาดแคลนนวัตกรรมและกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยของเด็กปฐมวัย ที่สามารถถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นได้อย่างสนุกสนานและมีประสิทธิภาพ การเรียนการสอนส่วนใหญ่ยังเน้นภาคทฤษฎีมากกว่าการปฏิบัติจริง ทำให้เด็กไม่ได้สัมผัสและเข้าใจอาหารท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

สำหรับจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอาหารท้องถิ่นที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น ขนมจีนน้ำเงี้ยว แกงฮังเล ไส้อั่ว และขนมหวานพื้นเมืองต่างๆ ยังพบว่าเด็กในพื้นที่มีความรู้เกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นของตนเองอยู่ในระดับน้อย โดยเฉพาะในเขตเทศบาลที่เด็กส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมภายนอกมากขึ้น

โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ในฐานะสถานศึกษาระดับปฐมวัยในพื้นที่ที่มีความร่ำรวยทางวัฒนธรรมอาหาร จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นต้นแบบในการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการ Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่น เพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้กับเด็กไทยรุ่นใหม่

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ทั่วไป

เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่นลำปางสำหรับนักเรียนอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

 

วัตถุประสงค์เฉพาะ

  1. เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่นลำปางสำหรับเด็กอนุบาล 3
  2. เพื่อศึกษาผลของการใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการต่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นลำปางของเด็กอนุบาล 3
  3. เพื่อศึกษาผลของการใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการต่อทักษะการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กอนุบาล 3
  4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครู ผู้ปกครอง และชุมชนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่นลำปาง
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

การวิจัยเรื่อง "การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่นลำปาง สำหรับนักเรียนอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง" ผู้วิจัยได้ศึกษาและรวบรวมแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนานวัตกรรมและเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย โดยจะนำเสนอตามหัวข้อดังต่อไปนี้

2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้แบบบูรณาการ

2.2 แนวคิดเกี่ยวกับ Soft Power

2.3 อาหารท้องถิ่นลำปาง

2.4 การพัฒนาเด็กปฐมวัย

2.5 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 2.7 กรอบแนวคิดของการวิจัย

วิธีการพัฒนา

กรอบแนวคิดของการวิจัย

จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องข้างต้น ผู้วิจัยได้กำหนดกรอบแนวคิดของการวิจัยดังนี้

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารท้องถิ่นลำปางสำหรับนักเรียนอนุบาล 3 ต้องอาศัยการบูรณาการแนวคิดหลายด้านเข้าด้วยกัน

ปัจจัยนำเข้า ประกอบด้วย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ข้อมูลอาหารท้องถิ่นลำปาง ลักษณะพัฒนาการของเด็กอนุบาล 3 และทรัพยากรการเรียนรู้

กระบวนการ ได้แก่ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย และการประเมินผล

ผลลัพธ์ คือ เด็กมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นลำปาง เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในทุกด้าน

กรอบแนวคิดนี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้และการดำเนินการวิจัยในขั้นตอนต่อไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่กำหนดไว้

การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

  1. สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics)
    • ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด
    • ความถี่ ร้อยละ สำหรับข้อมูลทั่วไป
  2. สถิติอนุมาน (Inferential Statistics)
    • Dependent t-test สำหรับเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการทดลอง
    • One-way ANOVA สำหรับเปรียบเทียบผลระหว่างช่วงเวลา
    • Effect Size (Cohen's d) สำหรับวัดขนาดของผลกระทบ
  3. เกณฑ์การแปลความหมาย
    • ระดับนัยสำคัญทางสถิติ α = 0.05
    • คะแนนเฉลี่ย 80% ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์
    • ระดับความพึงพอใจ: มากที่สุด (4.51-5.00), มาก (3.51-4.50), ปานกลาง (2.51-3.50), น้อย (1.51-2.50), น้อยที่สุด (1.00-1.50)

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ

  1. การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
    • จัดหมวดหมู่ข้อมูลตามประเด็นสำคัญ
    • วิเคราะห์แบบรูปแบบ (Pattern Analysis)
    • สร้างข้อสรุปเชิงพรรณนา
  2. การตรวจสอบความน่าเชื่อถือ
    • Triangulation: ใช้แหล่งข้อมูลหลากหลาย
    • Member Checking: ตรวจสอบกับผู้ให้ข้อมูล
    • Peer Debriefing: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากร

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตร จำนวน 20 คน โดยผู้วิจัยได้เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใช้ประชากรทั้งหมดเป็นกลุ่มตัวอย่าง

  1. กลุ่มหลัก: นักเรียนอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตร จำนวน 20 คน (การเลือกแบบเจาะจง - Purposive Sampling)
  2. กลุ่มสนับสนุน:
    • ครูผู้สอนระดับอนุบาล 3 จำนวน 3 คน
    • ผู้ปกครองของเด็กในกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 20 คน
    • ผู้แทนชุมชนและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารท้องถิ่นลำปาง จำนวน 5 คน
ผลที่เกิดจากผู้เรียน

สรุปผลการวิจัย

1.1. กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและความเหมาะสมในการนำไปใช้จัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญและมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ในระดับสูงมาก

1.2. หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม นักเรียนอนุบาล 3 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นลำปางสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

1.3. หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม นักเรียนอนุบาล 3 มีทักษะและพัฒนาการโดยรวม อยู่ในระดับดี           (xˉ = 3.48) โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการด้านร่างกายที่อยู่ในระดับดีมาก (xˉ = 3.70)

1.4. ครูผู้สอน ผู้ปกครอง และผู้แทนชุมชน มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการฯ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (xˉ = 4.39)

การอ้างอิง

บรรณานุกรม

ภาษาไทย

พรทิพย์ นามวงศ์. (2562). การใช้อาหารท้องถิ่นในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย. วารสารการศึกษาปฐมวัย, 23(1), 45-58.

สมจิตร สุวรรณทิพย์. (2563). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการสำหรับเด็กปฐมวัย [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง].

สุนีย์ จันทร์เจิม. (2563). ผลของการจัดกิจกรรมการปรุงอาหารต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์, 7(2), 112-125.

กรมการท่องเที่ยว. (2565). รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทย. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2564). อาหารไทยกับ Soft Power. https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business/Pages/z3245.aspx

สถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยมหิดล. (2565). รายงานพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กไทย. มหาวิทยาลัยมหิดล.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570). สำนักนายกรัฐมนตรี.

ภาษาอังกฤษ

Brand Finance. (2023). Global Soft Power Index 2023. https://brandirectory.com/softpower/

Nye, J. S. (2004). Soft power: The means to success in world politics. PublicAffairs.

การต่อยอดและพัฒนา

ข้อเสนอแนะ

จากสรุปและอภิปรายผลการวิจัย ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้

3.1 ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้

  • สำหรับสถานศึกษา: โรงเรียนเทศบาลห้างฉัตรควรพิจารณาบรรจุชุดกิจกรรมการเรียนรู้นี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับระดับชั้นอนุบาล 3 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน และควรขยายผลสู่การใช้ Soft Power ในมิติอื่นๆ ของท้องถิ่น เช่น การละเล่นพื้นบ้าน ตำนาน หรือผ้าทอ มาบูรณาการในการจัดกิจกรรมต่อไป
  • สำหรับครูผู้สอน: ครูสามารถนำกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนนี้ไปปรับใช้เพื่อพัฒนาการสอนและแก้ไขปัญหาในประเด็นอื่นๆ ได้ โดยยึดหลักการพัฒนาเด็กเป็นศูนย์กลางและการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
  • สำหรับผู้ปกครองและชุมชน: ควรจัดตั้งเป็นโครงการ "ครัวโรงเรียน สานสัมพันธ์บ้านและชุมชน" โดยอาจจัดกิจกรรมเปิดชั้นเรียน (Open House) ให้ผู้ปกครองได้มาชิมอาหารฝีมือเด็กๆ หรือจัดตลาดนัดวัฒนธรรมอาหารขนาดเล็ก เพื่อสร้างรายได้และเป็นพื้นที่ให้เด็กได้แสดงความสามารถและความภาคภูมิใจ

3.2 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป

  • ควรมีการวิจัยและพัฒนาต่อยอดโดยขยายขอบเขตของ Soft Power ด้านอาหารให้ครอบคลุมอาหารประเภทอื่นๆ ในจังหวัดลำปางที่ยังไม่ถูกเลือกมาศึกษาในครั้งนี้
  • ควรมีการวิจัยติดตามผลระยะยาว (Longitudinal Study) เพื่อศึกษาความคงทนของความรู้และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของเด็กกลุ่มนี้เมื่อเติบโตขึ้นในระดับชั้นประถมศึกษา
  • ควรมีการวิจัยเชิงเปรียบเทียบผลการจัดกิจกรรมระหว่างโรงเรียนในเขตเทศบาลกับโรงเรียนในเขตพื้นที่ชนบท เพื่อศึกษาว่าบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกันส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กอย่างไร
การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาย.สิทธิกร ตุ้ยเต็มวงศ์, https://www.lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://www.lpeduinno.org/ShowInno.php?id=J9OMZ00000000084 ค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม, 2569.


ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ