บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและทักษะทางสังคมของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและทักษะทางสังคมของนักเรียนก่อนและหลังได้รับการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/7 โรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น (KHELANG Model) และแผนการจัดประสบการณ์ 2) แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบฯ สำหรับผู้เชี่ยวชาญ 3) แบบประเมินความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และ 4) แบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test for Dependent Samples)
ผลการวิจัยพบว่า: รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ที่พัฒนาขึ้น มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.84) ภายหลังได้รับการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น นักเรียนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและทักษะทางสังคมสูงกว่าก่อนได้รับการจัดประสบการณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
คำสำคัญ: รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้, ซอฟต์พาวเวอร์, ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น, ทักษะทางสังคม, เด็กปฐมวัย
การศึกษาปฐมวัยเป็นช่วงวัยรากฐานที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานและพัฒนาศักยภาพของมนุษย์อย่างรอบด้าน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพในระยะนี้ไม่เพียงส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งในการบ่มเพาะอัตลักษณ์ (Identity) และการรับรู้คุณค่าในตนเอง (Self-worth) ของเด็ก (วรวรรณ เหมชะญาติ และคณะ, 2565) เด็กที่รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จะมีความพร้อมในการเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี จากการสังเกตพฤติกรรมเบื้องต้นของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/7 โรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) ผู้วิจัยในฐานะครูประจำชั้น พบสภาพปัญหาที่น่าสนใจและจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน กล่าวคือ มีนักเรียนประมาณร้อยละ 30 ที่ยังแสดงออกถึงปัญหาด้านทักษะทางสังคมและความภาคภูมิใจในตนเองอย่างเห็นได้ชัด พฤติกรรมที่สังเกตได้รวมถึงการไม่สามารถรอคอยตามลำดับได้ การไม่แบ่งปันของเล่นหรืออุปกรณ์กับเพื่อน การแยกตัวออกจากกลุ่ม และการขาดความมั่นใจในการแสดงความคิดเห็นหรือนำเสนอผลงานของตนเอง สภาพปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของตัวเด็กเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเรียนรู้โดยรวมของห้องเรียนอีกด้วย เมื่อวิเคราะห์ถึงรากฐานของปัญหา อาจกล่าวได้ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เด็กขาดความรู้สึกเชื่อมโยงและผูกพันกับสภาพแวดล้อมรอบตัว ในยุคสมัยที่สื่อดิจิทัลและวัฒนธรรมสมัยนิยมจากภายนอกมีอิทธิพลสูง อาจทำให้เด็กขาดโอกาสในการซึมซับเรื่องราว คุณค่า และความงดงามของท้องถิ่นที่ตนเองเติบโต การขาดรากฐานทางวัฒนธรรมนี้อาจนำไปสู่การขาดความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Sense of Belonging) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หล่อหลอมความภาคภูมิใจในตนเองและทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม (Surat et al., 2022) ดังนั้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงกระบวนการที่สามารถสร้างความภาคภูมิใจจากภายใน และส่งเสริมทักษะทางสังคมผ่านกิจกรรมที่มีความหมาย เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายนี้ แนวคิด "ซอฟต์พาวเวอร์" (Soft Power) จึงถูกนำมาพิจารณาเป็นกรอบแนวคิดหลัก ซอฟต์พาวเวอร์ในบริบทของห้องเรียนคือพลังแห่งการดึงดูดที่ครูใช้โน้มน้าวและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ด้วยความเต็มใจ ผ่านการใช้เสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น (เช่น นิทาน, เพลง, ศิลปะ), การเป็นแบบอย่างด้านค่านิยม และการออกแบบกิจกรรมเชิงบวก (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2566) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด "การศึกษาฐานถิ่น" (Place-Based Education) ที่เน้นการใช้ชุมชนเป็นห้องเรียนเพื่อสร้างการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย (Ad-salam, 2021) การบูรณาการสองแนวคิดนี้เข้าด้วยกัน จะช่วยให้ครูสามารถสร้างสรรค์บรรยากาศที่อบอุ่น ปลอดภัย และกระตุ้นให้เด็กอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะทางสังคมโดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกัน การได้เรียนรู้และซึมซับเรื่องราวอันน่าภาคภูมิใจของ "เมืองลำปาง" จะช่วยเติมเต็มความรู้สึกมีคุณค่าและสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
ใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและทักษะทางสังคมของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3
ประชากร (Population) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 (หรือภาคเรียน/ปีการศึกษาที่คุณครูจะดำเนินการจริง) กลุ่มตัวอย่าง (Sample) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3/7 โรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดย การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เนื่องจากผู้วิจัยเป็นครูประจำชั้นของห้องเรียนดังกล่าว
รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ที่พัฒนาขึ้น มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.84) ภายหลังได้รับการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น นักเรียนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและทักษะทางสังคมสูงกว่าก่อนได้รับการจัดประสบการณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05