แชร์หน้านี้
อ่านแล้ว 123 ครั้ง

ข้อมูลนวัตกรรม
เรื่อง ‘Huaikod Smart kids’
SoftPower
ปฐมวัย
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ข้อมูลผู้พัฒนา
นางอโณทัย เมล์ทาง
ครูชำนาญการ
โรงเรียนบ้านห้วยก้อด
ปฐมวัย
0857123141
ammerremer@gmail.com
บทคัดย่อ/บทสรุป

บทคัดย่อ

หัวข้อวิจัย: นวัตกรรมการเรียนการสอน เรื่อง ‘Huaikod Smart kids’ เพื่อพัฒนาศักยภาพ Soft Power
ในเด็กปฐมวัยสู่การเป็นพลเมืองในอนาคต: การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบ้านห้วยก้อด อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

            การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน ‘Huaikod Smart kids’ และ 2) ประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรมในการพัฒนาทักษะ Soft Power และปลูกฝังความเป็นพลเมืองในเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอย่างคือเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านห้วยก้อด จังหวัดลำปาง จำนวน 17 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง รูปแบบการวิจัยเป็นแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อน-หลัง (One Group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) นวัตกรรม ‘Huaikod Smart kids’ 2) แบบทดสอบและแบบประเมินทักษะ Soft Power 3) แบบประเมินสมรรถนะครู และ 4) แบบสำรวจความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ Paired t-test และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

            ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการใช้นวัตกรรม เด็กปฐมวัยมีคะแนนเฉลี่ยทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และมารยาทดิจิทัลสูงกว่าก่อนการใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ข้อมูลเชิงคุณภาพสะท้อนให้เห็นพัฒนาการด้านการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม 3) สมรรถนะของครูในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพิ่มขึ้น และ 4) ผู้ปกครองและชุมชนมีความพึงพอใจต่อนวัตกรรมในระดับมากที่สุด ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่านวัตกรรมที่บูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม สามารถส่งเสริมศักยภาพเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต

คำสำคัญ: นวัตกรรมการเรียนการสอน, Soft Power, เด็กปฐมวัย, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, พลเมืองดิจิทัล

 

Abstract

Title: ‘Huaikod Smart kids’ Learning Innovation to Enhance Soft Power Potential in Early Childhood Children for Future Citizenship: A Participatory Action Research at Ban Huaikod School, Wang Nuea, Lampang

This participatory action research aimed to: 1) develop the ‘Huaikod Smart kids’ learning innovation, and 2) evaluate its effectiveness in enhancing Soft Power skills and fostering citizenship among early childhood children. The sample consisted of 17 early childhood (Anuban 2) students from Ban Huaikod School, Lampang, selected through purposive sampling. The study employed a one-group pretest-posttest design. Research instruments included: 1) the ‘Huaikod Smart kids’ innovation package , 2) Soft Power skills assessment tools , 3) a teacher competency evaluation form , and 4) a satisfaction survey. Quantitative data were analyzed using mean, standard deviation, and Paired t-test, while qualitative data were analyzed via content analysis.

The findings revealed that: 1) After the intervention, students' mean scores in creativity and digital citizenship were significantly higher than the pre-intervention scores at the .01 level. 2) Qualitative data indicated tangible improvements in communication, collaboration, and problem-solving skills. 3) Teachers' competency in integrated learning management increased. 4) Parent and community satisfaction with the innovation was at the highest level. The study suggests that an innovation integrating technology with local wisdom through a participatory process can effectively enhance the potential of early childhood children and prepare them for future quality citizenship.

Keywords: Learning Innovation, Soft Power, Early Childhood, Participatory Action Research, Digital Citizenship

 

หลักการและเหตุผล

ยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจแห่งศตวรรษที่ 21 การพัฒนาทักษะ Softpower กลยุทธ์สำคัญสำหรับการเพิ่มคุณค่าและความก้าวหน้าของเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังนวัตกรรมหรือ Softpower เพื่อการยกระดับความรู้ความสามารถด้านความรู้ ความสามารถและผลผลิตของคนไทยให้สร้างและสร้างรายได้ (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, 2566) การลงทุนของโปรแกรม Softpower ระดับปฐมวัยจนถึงศูนย์กลางของความเป็นผู้นำแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่องและนวัตกรรมพิจารณาเป็นทักษะสำคัญเพื่อเป็นการตรวจสอบการดึงดูดตั้งแต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาคือสิ่งสำคัญคือคิดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในการมองเห็นอย่างกว้างไกลถึงได้หลายทิศทาง มีความคิดที่ออกจากกรอบเดิมและจุดความหลุดเชื่อมโยงกันของวัตถุที่เป็นจุดที่สามารถค้นพบปัญหาที่สามารถเข้าถึงให้หมดไป (คณะพิจารณาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2566) การพิจารณาความในเด็กปฐมวัยจึงมีความสำคัญเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและการตอบสนองของมหาวิทยาลัยชั้นนำ

            อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีในเด็กปฐมวัยกลายเป็นประเด็นสำคัญในการจับตามองตามเทคโนโลยีสามารถเป็นทั้งเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และ แต่ส่วนประกอบเหล่านี้ก็อาจสร้างปัญหาหากสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แอปพลิเคชันส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ ให้กับเด็ก (ปฐมวัยไทยแลนด์, 2567) การพิจารณาเพิ่มเติมแต่การใช้เทคโนโลยีอย่างมีและจะพิจารณาวัยและสิ่งสำคัญสำหรับเยาวชนในการควบคุมของการศึกษาไทยโดยที่มักจะเร่งเรียนในหลักสูตรตั้งแต่วัยอนุบาล ส่งผลถึงโอกาสการพัฒนาทักษะต่างๆ โรงเรียนบ้านห้วยก้อด เห็นถึงนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับระบบท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาทักษะ Softpower เยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพการพัฒนาทักษะ Softpower ในเด็กปฐมวัยระดับชุมชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ในพื้นที่สำหรับความต้องการ ความสำคัญท้องถิ่นประเมินผลอย่างชัดเจนครูที่มีความรู้มากมาย Softpower เป็นตัวอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ การพัฒนาคุณสมบัติ Softpower แบบไทยๆ ตัวเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้โดดเด่นในเวทีโลก (สาลิกา, 2565) แนะนำให้แนะนำ Softpower สำรวจพื้นที่พิสูจน์เมืองแห่งการเรียนรู้ (เมืองการเรียนรู้)

            นวัตกรรม "Huaikod Smart Kids" จึงเกิดขึ้นจากความต้องการที่จะพัฒนาศักยภาพ Soft Power ในเด็กปฐมวัย โดยมุ่งเน้นการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต ผ่านการเรียนรู้ที่สนุกสนาน เหมาะสมกับวัย และสอดคล้องกับยุคดิจิทัล

 

วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ "Huaikod Smart Kids" ที่สามารถพัฒนาศักยภาพ Soft Power ในเด็กปฐมวัย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับ Softpower ในการศึกษา

      2.1.1 ความหมายและความสำคัญของ Softpower

      2.1.2 ทฤษฎี Softpower ของ Joseph Nye

      2.1.3 Softpower ในบริบทการศึกษาไทย

      2.1.4 การพัฒนา Softpower เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์

2.2 การศึกษาปฐมวัยในศตวรรษที่ 21

      2.2.1 หลักการและทฤษฎีการศึกษาปฐมวัย

      2.2.2 ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สำหรับเด็กปฐมวัย

      2.2.3 การพัฒนาเด็กปฐมวัยตามแนวคิดโฮลิสติก (Holistic Development)

      2.2.4 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของไทย

2.3 ความคิดสร้างสรรค์ในเด็กปฐมวัย

      2.3.1 ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Theory)

      2.3.2 พัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ในเด็กปฐมวัย

      2.3.3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก

      2.3.4 การวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์ในเด็กปฐมวัย

2.4 การใช้เทคโนโลยีในการศึกษาปฐมวัย

      2.4.1 ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี (Technology-Enhanced Learning)

      2.4.2 มารยาททางเทคโนโลยีสำหรับเด็กปฐมวัย (Digital Citizenship)

      2.4.3 ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย

      2.4.4 แนวทางการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย

2.5 นวัตกรรมการเรียนการสอนสำหรับเด็กปฐมวัย

      2.5.1 ทฤษฎีนวัตกรรมการศึกษา

      2.5.2 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ

      2.5.3 การใช้เกมและการเล่นในการส่งเสริมการเรียนรู้

      2.5.4 การพัฒนาสื่อและเครื่องมือการเรียนการสอนสำหรับปฐมวัย

2.6 การศึกษาในบริบทชุมชนท้องถิ่น

      2.6.1 ทฤษฎีการศึกษาฐานชุมชน (Community-Based Education)

      2.6.2 การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นในการศึกษา

      2.6.3 บทบาทของโรงเรียนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

      2.6.4 การพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)

2.7 การวิจัยแบบปฏิบัติการมีส่วนร่วม (Participatory Action Research)

      2.7.1 หลักการและแนวคิดของการวิจัยปฏิบัติการมีส่วนร่วม

      2.7.2 ขั้นตอนและกระบวนการวิจัยปฏิบัติการ

      2.7.3 เครื่องมือและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

      2.7.4 การประเมินผลและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

2.8 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

      2.8.1 งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนา Softpower ในเด็กปฐมวัย

      2.8.2 งานวิจัยเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์และการใช้เทคโนโลยี

      2.8.3 งานวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรมการเรียนการสอนปฐมวัย

      2.8.4 งานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาในบริบทชุมชนท้องถิ่น

2.9 กรอบแนวคิดการวิจัย

      2.9.1 การสังเคราะห์แนวคิดและทฤษฎี

      2.9.2 กรอบแนวคิดการพัฒนานวัตกรรม 'ห้วยก้อดสมาร์ท คิดส์'

      2.9.3 ตัวแปรและความสัมพันธ์ในการวิจัย

      2.9.4 สมมติฐานการวิจัย

     

ผลที่เกิดจากผู้เรียน

การวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมการเรียนการสอน เรื่อง ‘Huaikod Smart kids’ เพื่อพัฒนาศักยภาพ Softpower ในเด็กปฐมวัยสู่การเป็นพลเมืองในอนาคต” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมและประเมินประสิทธิผลในการพัฒนาทักษะ Soft Power และปลูกฝังค่านิยมพลเมืองดีในเด็กปฐมวัย ในบทนี้จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับต่อไปนี้

4.1 ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านห้วยก้อด จำนวน 17 คน เป็นเพศชาย 7 คน และเพศหญิง 10 คน อายุระหว่าง 4-5 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประกอบด้วยครูผู้สอน 6 คน และผู้ปกครองและชุมชน 30 คน

4.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์การวิจัย

         4.2.1 ผลการพัฒนาทักษะ Soft Power และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีมารยาทของเด็กปฐมวัย เพื่อเปรียบเทียบทักษะ Soft Power ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้นวัตกรรม “Huaikod Smart kids” ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนจากแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์และแบบประเมินมารยาทดิจิทัล โดยใช้สถิติทดสอบ Paired Samples t-test ผลการวิเคราะห์แสดงดังตารางที่ 4.1

         ตารางที่ 4.1 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะ Soft Power ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการทดลอง (n=17)

ทักษะที่ประเมิน

การทดสอบ

คะแนนเต็ม

xˉ

S.D.

t

p-value

1. ความคิดสร้างสรรค์

ก่อนเรียน

20

8.50

2.10

15.45

<.001**

 

หลังเรียน

20

16.80

1.95

   

2. มารยาทดิจิทัล

ก่อนเรียน

75

41.20

5.50

18.21

<.001**

 

หลังเรียน

75

68.50

4.30

   

 

การวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมการเรียนการสอน เรื่อง ‘Huaikod Smart kids’ เพื่อพัฒนาศักยภาพ Softpower ในเด็กปฐมวัยสู่การเป็นพลเมืองในอนาคต” เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ส่งเสริมทักษะ Soft Power และปลูกฝังความเป็นพลเมืองดีให้แก่เด็กปฐมวัยในโรงเรียนบ้านห้วยก้อด ในบทนี้จะกล่าวถึงการสรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัย

5.1 สรุปผลการวิจัย จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลในบทที่ 4 สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้

  1. ด้านทักษะของเด็กปฐมวัย: นวัตกรรม “Huaikod Smart kids” ส่งผลให้เด็กปฐมวัยมีคะแนนเฉลี่ยทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และมารยาทดิจิทัลหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นอกจากนี้ ข้อมูลเชิงคุณภาพยังชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการด้านทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการแก้ปัญหาที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
  2. ด้านสมรรถนะของครู: ครูผู้สอนที่เข้าร่วมโครงการมีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพิ่มขึ้นในระดับสูง (ร้อยละ 90) ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
  3. ด้านความพึงพอใจ: ผู้ปกครองและชุมชนมีความพึงพอใจต่อนวัตกรรมและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กในระดับมากที่สุด (xˉ=4.65)

5.2 อภิปรายผลการวิจัย ผลการวิจัยที่เกิดขึ้นสามารถอภิปรายในประเด็นต่างๆ โดยเชื่อมโยงกับเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้ดังนี้

         1. ประสิทธิผลของนวัตกรรม “Huaikod Smart kids” ในการพัฒนาทักษะ Soft Power ผลการวิจัยที่พบว่าทักษะ Soft Power โดยเฉพาะด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับแนวคิด การใช้เกมและการเล่นในการส่งเสริมการเรียนรู้ (Gamification) และ ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Theory) ที่ระบุว่าการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ท้าทาย และเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดที่หลากหลายและแปลกใหม่ ชุดกิจกรรมของ “Huaikod Smart kids” เช่น เกมการเรียนรู้ออนไลน์ และสื่อ Augmented Reality (AR) ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เด็กได้ทดลองแก้ปัญหาอย่างอิสระและทำงานร่วมกับเพื่อน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สำหรับเด็กปฐมวัย

         2. การบูรณาการเทคโนโลยีกับบริบทท้องถิ่นเพื่อสร้างพลเมืองดิจิทัล การที่เด็กมีคะแนนด้านมารยาทดิจิทัลสูงขึ้น และแสดงพฤติกรรมการเคารพสิทธิผู้อื่น เป็นผลมาจากการออกแบบนวัตกรรมที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การใช้เทคโนโลยี แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัยตามแนวทาง Digital Citizenship การนำเนื้อหาเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นลำปางมาสร้างเป็นแอปพลิเคชันและหนังสือนิทานดิจิทัล ทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงเด็กเข้ากับรากเหง้าและชุมชนของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด การศึกษาฐานชุมชน (Community-Based Education) ที่เน้นการเรียนรู้จากบริบทจริงรอบตัวเด็ก ส่งผลให้การเรียนรู้มีความหมายและนำไปสู่การสร้างสำนึกของความเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมได้

         3. ความสำเร็จของกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้มาจากตัวนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) ที่ทุกฝ่ายทั้งครู ผู้ปกครอง และชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน (Planning) การปฏิบัติ (Acting) ไปจนถึงการสะท้อนผล (Reflecting) กระบวนการนี้ทำให้ครูเกิดการพัฒนาสมรรถนะไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรม และทำให้ผู้ปกครองเข้าใจและพร้อมสนับสนุนการเรียนรู้ของบุตรหลานที่บ้าน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยให้ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในระบบนิเวศการเรียนรู้ของเด็ก

การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาง.อโณทัย เมล์ทาง, https://www.lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://www.lpeduinno.org/ShowInno.php?id=DWROL00000000079 ค้นเมื่อ 28 กรกฏาคม, 2569.
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ