![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||
ข้อมูลนวัตกรรม
บทเรีนความรู้ประโยชน์ของ AI
สื่อการสอน
มัธยมศึกษา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทคัดย่อ/บทสรุป
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีด้วยแนวคิด Soft Power เพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารและความเป็นผู้นำที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนไตรภพวิทยา อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 32 คน ที่เรียนวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ในภาคเรียนที่ [ระบุภาคเรียน] ปีการศึกษา [ระบุปีการศึกษา] โดยเลือกแบบเจาะจง การวิจัยนี้เป็นแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยและพัฒนารูปแบบ (R&D) และการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) ซึ่งดำเนินการเป็นวงจรต่อเนื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีด้วยแนวคิด Soft Power, แบบสัมภาษณ์, แบบสังเกตพฤติกรรม, แบบสอบถามแรงจูงใจในการเรียนรู้, และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) รวมถึงการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า: 1) รูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีด้วยแนวคิด Soft Power ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ในชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการปรับปรุงผ่านกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 2) หลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอน นักเรียนมี ทักษะการสื่อสาร สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (หรือตามผลจริงที่ได้) แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมที่เน้นการนำเสนอและการปฏิสัมพันธ์ช่วยพัฒนาทักษะนี้ได้ 3) นักเรียนมี ทักษะความเป็นผู้นำ สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (หรือตามผลจริงที่ได้) สะท้อนจากการมีส่วนร่วมในการวางแผน ตัดสินใจ และแก้ไขปัญหากลุ่ม 4) แรงจูงใจในการเรียนรู้ ของนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (หรือตามผลจริงที่ได้) ทั้งนี้เกิดจากการบูรณาการ Soft Power ของครู เช่น การสร้างแรงบันดาลใจ การใช้กลยุทธ์การสอนที่สร้างสรรค์ และการเชื่อมโยงเนื้อหากับความสนใจของนักเรียน และ 5) นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคโนโลยี สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (หรือตามผลจริงที่ได้) ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาทักษะ Soft Power มีส่วนส่งเสริมความเข้าใจในเนื้อหาวิชาการด้วยเช่นกัน ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ครูผู้สอนควรนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และผู้บริหารควรสนับสนุนการพัฒนา Soft Power ในการจัดการเรียนรู้ สำหรับการวิจัยครั้งต่อไป ควรขยายผลการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายขึ้นและศึกษาผลกระทบในระยะยาว คำสำคัญ: Soft Power, ครูผู้สอนเทคโนโลยี, ทักษะการสื่อสาร, ทักษะความเป็นผู้นำ, แรงจูงใจในการเรียนรู้, การวิจัยในชั้นเรียน. หลักการและเหตุผล
หลักการและเหตุผล
สภาพสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Industry 4.0) และการก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลให้ทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคตเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การศึกษาจึงต้องปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียนให้มี ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการคิดเชิงคำนวณ (World Economic Forum, 2020; OECD, 2020) นอกจากทักษะทางเทคนิคแล้ว ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ (Soft Skills) เช่น การสื่อสาร ความเป็นผู้นำ การทำงานร่วมกัน การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะทักษะเหล่านี้เป็นรากฐานของการสร้าง Soft Power ซึ่งหมายถึงความสามารถในการดึงดูด โน้มน้าว และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นคล้อยตามโดยไม่ใช้การบังคับหรือการใช้กำลัง (Nye, 2004) ทั้งนี้ Soft Power ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระดับประเทศเท่านั้น แต่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในบริบทของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้ (Chen & Li, 2020) วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการนำเทคโนโลยีไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์และมีคุณธรรม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) อย่างไรก็ตาม จากสภาพปัญหาที่ผู้วิจัย (ครูคชาพร บุญคุ้ม ครูผู้สอนวิชาวิทยาการคำนวณ โรงเรียนไตรภพวิทยา จังหวัดลำปาง) พบในการจัดการเรียนการสอนจริงกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 32 คน คือ นักเรียนบางส่วนยังขาด แรงจูงใจในการเรียนรู้ วิชาเทคโนโลยีอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับเนื้อหาที่ซับซ้อนหรือเป็นนามธรรม นอกจากนี้ นักเรียนยังขาด ทักษะการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพในการนำเสนอแนวคิดทางเทคโนโลยีหรือการแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น และขาด ทักษะความเป็นผู้นำ ในการทำงานกลุ่มเพื่อสร้างสรรค์โครงงานเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของการเรียนรู้แบบร่วมมือและการสร้างสรรค์นวัตกรรมในชั้นเรียน (กรมวิชาการ, 2564; สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2565) ปัญหาเหล่านี้บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิชาเทคโนโลยีที่ไม่เพียงแต่เน้นเนื้อหาทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถกระตุ้นแรงจูงใจและบ่มเพาะทักษะ Soft Skills ที่สำคัญ ได้แก่ ทักษะการสื่อสารและความเป็นผู้นำ ควบคู่กันไป การประยุกต์ใช้แนวคิด Soft Power ของครูผู้สอน จึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจ ครูผู้สอนที่มี Soft Power จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียน เกิดความผูกพันกับชั้นเรียน และมีทักษะในการสื่อสารที่น่าสนใจ สามารถจัดการชั้นเรียนเชิงบวก และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Miller & Davis, 2023) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจภายในที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าที่จะแสดงออก กล้าที่จะเป็นผู้นำ และกล้าที่จะสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ (Wang, 2023; Rithdecho, 2024) ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีที่บูรณาการแนวคิด Soft Power ของครูผู้สอน เพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารและความเป็นผู้นำที่จำเป็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในภาพรวม การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) ณ โรงเรียนไตรภพวิทยา อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เพื่อให้ได้มาซึ่งรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงอย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ของการวิจัยการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องการวิจัยเรื่อง "การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีด้วยแนวคิด Soft Power เพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารและความเป็นผู้นำที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนไตรภพวิทยา อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง" ได้บูรณาการแนวคิดและทฤษฎีที่สำคัญหลายประการ ซึ่งเป็นรากฐานในการออกแบบรูปแบบการเรียนการสอนและใช้เป็นกรอบในการวิเคราะห์ผลการวิจัย โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. แนวคิดเกี่ยวกับ Soft Power Soft Power ถูกนำเสนอโดย ศาสตราจารย์โจเซฟ เอส. นาย จูเนียร์ (Joseph S. Nye Jr.) นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาให้นิยาม Soft Power ว่าคือ "ความสามารถในการได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการผ่านการดึงดูด แทนที่จะเป็นการบีบบังคับหรือการจ่ายเงิน" (Nye, 2004, p. 5) แหล่งที่มาหลักของ Soft Power ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ วัฒนธรรม ที่ดึงดูดใจผู้อื่น ค่านิยมทางการเมือง ที่สอดคล้องกับอุดมคติสากล และ นโยบายต่างประเทศ ที่ชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย (Nye, 2004) ในบริบทของการศึกษา Soft Power สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในระดับโรงเรียนและห้องเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของครูผู้สอน (Chen & Li, 2020) Soft Power ของครูผู้สอน หมายถึงความสามารถของครูในการสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อผู้เรียนผ่านการสร้างแรงบันดาลใจ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การจัดการชั้นเรียนเชิงบวก และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อเฟื้อ (Miller & Davis, 2023; Wang, 2023) Soft Power ของครูจะช่วยให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้น มีส่วนร่วม และมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ซึ่งแตกต่างจากการใช้อำนาจแบบบังคับ (Hard Power) การวิจัยนี้จึงใช้แนวคิด Soft Power เป็นกรอบในการออกแบบกิจกรรมและบทบาทของครูเพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้กับนักเรียน 2. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับทักษะการสื่อสาร ทักษะการสื่อสาร คือความสามารถในการรับส่งข้อมูล ความคิด ความรู้สึก และความเข้าใจระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง (Hall & Knott, 2021) ทักษะนี้ไม่ได้จำกัดเพียงการพูดและการฟังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสื่อสารที่ไม่ใช้คำพูด (Non-verbal communication) และการสื่อสารผ่านสื่อต่าง ๆ (Peterson & Davies, 2020) ในบริบทการศึกษา ทักษะการสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้แบบร่วมมือ การนำเสนอผลงาน และการแลกเปลี่ยนความรู้ (Brown & White, 2022) โดยเฉพาะในวิชาเทคโนโลยีที่มักต้องมีการอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนและทำงานเป็นทีม การวิจัยนี้เน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การนำเสนอโครงงาน การอภิปราย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าทักษะการสื่อสารเป็นรากฐานของการสร้างอิทธิพลเชิงบวกของบุคคล (Soft Power) และเป็นทักษะสำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 (OECD, 2020) 3. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับทักษะความเป็นผู้นำ ทักษะความเป็นผู้นำ คือความสามารถในการชี้แนะ ชักจูง และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ (Northouse, 2021) ในบริบทการศึกษา ภาวะผู้นำไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบทบาทที่เป็นทางการ แต่รวมถึงความสามารถในการริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหา การทำงานเป็นทีม และการช่วยเหลือผู้อื่น (Yukl, 2013) การพัฒนาภาวะผู้นำในหมู่นักเรียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในสังคมและการทำงานในอนาคต (World Economic Forum, 2020) การวิจัยนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมทักษะความเป็นผู้นำของนักเรียนผ่านกิจกรรมกลุ่มที่ต้องมีการวางแผน การแบ่งบทบาท การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งเป็นการปลูกฝังคุณลักษณะของผู้นำที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จ สอดคล้องกับแนวคิด Soft Power ที่เน้นการสร้างอิทธิพลเชิงบวกผ่านการนำทางและการเป็นแบบอย่าง 4. ทฤษฎีแรงจูงใจในการเรียนรู้ แรงจูงใจในการเรียนรู้ (Motivation in Learning) คือ กระบวนการภายในที่กระตุ้น ชี้นำ และคงไว้ซึ่งพฤติกรรมที่มุ่งไปสู่เป้าหมายการเรียนรู้ (Schunk et al., 2014) การวิจัยนี้ยึดหลักทฤษฎีสำคัญอย่าง ทฤษฎีการกำหนดตนเอง (Self-Determination Theory - SDT) ของ Deci และ Ryan (1985) ซึ่งเสนอว่ามนุษย์มีความต้องการพื้นฐาน 3 ประการที่หากได้รับการตอบสนองจะนำไปสู่แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) ได้แก่:
การประยุกต์ใช้ Soft Power ของครูผู้สอนผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เลือกแนวทาง การให้คำแนะนำที่สร้างความเชื่อมั่น และการสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมความร่วมมือ จะช่วยตอบสนองความต้องการพื้นฐานเหล่านี้ และเพิ่มแรงจูงใจภายในในการเรียนรู้เทคโนโลยีของนักเรียนได้อย่างยั่งยืน (Ryan & Deci, 2000) 5. แนวคิดการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) และการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) การวิจัยนี้ใช้รูปแบบ การวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างและปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (Kemmis & McTaggart, 2007) โดยจะมีการดำเนินการเป็นวงจรต่อเนื่องตามหลักของ การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) ซึ่งประกอบด้วย การวางแผน (Plan) การปฏิบัติ (Act) การสังเกต (Observe) และการสะท้อนผล (Reflect) การวิจัยลักษณะนี้ช่วยให้ผู้วิจัยสามารถปรับปรุงรูปแบบการสอนได้อย่างทันท่วงทีและสอดคล้องกับบริบทของนักเรียนในชั้นเรียนจริง (Kemmis & McTaggart, 2007) คำสำคัญ (Keywords)
คำสำคัญ (Keywords)
Soft Power
ครูผู้สอนเทคโนโลยี
ทักษะการสื่อสาร
ทักษะความเป็นผู้นำ
แรงจูงใจในการเรียนรู้
การวิจัยในชั้นเรียน
วิธีการพัฒนา
1. การพัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อการศึกษา (AI for Education)
วิธีการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในบริบทของการเรียนการสอน คุณคชาพรสามารถพัฒนาได้ดังนี้:
แหล่งพัฒนา: คอร์สออนไลน์ (Coursera, edX, FutureLearn, ThaiMOoc), Workshop หรือสัมมนาของสถาบันการศึกษาหรือองค์กรด้านเทคโนโลยี, ชุมชนออนไลน์ของครูผู้ใช้ AI.
2. การสร้างและนำเสนอเรื่องราวข้อมูล (Data Storytelling)
วิธีการนี้เน้นการพัฒนาทักษะในการสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและน่าสนใจ โดยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเรื่องราว (Story) ซึ่งเป็น Soft Power ชนิดหนึ่งในการโน้มน้าวใจ:
แหล่งพัฒนา: คอร์สออนไลน์ด้าน Data Visualization, หนังสือเกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูล, Workshop ด้าน Data Storytelling, ฝึกฝนจากการสร้างรายงานหรือนำเสนอข้อมูลในชั้นเรียน.
3. การปลูกฝังแนวคิดผู้ประกอบการเชิงเทคโนโลยี (Tech-Entrepreneurial Mindset) ในผู้เรียน
วิธีการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาตัวเองในฐานะผู้ส่งเสริมแนวคิดและทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้กับนักเรียน โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ:
แหล่งพัฒนา: คอร์สออนไลน์ด้าน Entrepreneurship, หนังสือเกี่ยวกับ Startup และนวัตกรรม, สัมมนาหรือกิจกรรม Hackathon, การศึกษา Case Study ของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ
ส่วนนี้จะอธิบายถึงวิธีการและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จากงานวิจัย "การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีด้วยแนวคิด Soft Power เพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารและความเป็นผู้นำที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนไตรภพวิทยา อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง"
ลักษณะข้อมูล
ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:
รูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลจะดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย และประเภทของข้อมูลที่ได้:
สถิติที่ใช้ในการวิจัย
ส่งออกไปยังชีต
รูปแบบและลักษณะการนำเสนอข้อมูลในรายงาน
วิธีการใช้งาน
ประชากร(กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย)
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง (Population and Sample)
การวิจัยครั้งนี้กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่างดังนี้:
1. ประชากร (Population)
2. กลุ่มตัวอย่าง (Sample)
ผลที่เกิดจากผู้เรียน
ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
จากการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีด้วยแนวคิด Soft Power และการนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนไตรภพวิทยา จะได้รับผลและประโยชน์ที่สำคัญดังนี้:
1. การพัฒนาทักษะ Soft Power ที่สำคัญ
2. แรงจูงใจในการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้น
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น
4. การเตรียมพร้อมสำหรับทักษะแห่งอนาคต
การรับรองและรางวัล
อยู่ระว่างการพัฒนา การเผยแพร่
การเผยแพร่ (Dissemination)
การเผยแพร่ผลงานวิจัยถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยไม่จำกัดอยู่เพียงภายในห้องเรียนหรือโรงเรียน แต่ยังสามารถเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาในวงกว้างขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทที่คล้ายคลึงกัน หรือเป็นแนวทางในการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่อไป การวิจัยครั้งนี้มีแนวทางการเผยแพร่ดังนี้:
1. การเผยแพร่ภายในสถานศึกษา
2. การเผยแพร่สู่ภายนอกสถานศึกษา
การอ้างอิง
การอ้างอิง
การอ้างอิงในงานวิจัยฉบับนี้ดำเนินการตาม รูปแบบการอ้างอิงของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association: APA) ฉบับที่ 7 (7th Edition) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในวงวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาการศึกษา สังคมศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์
1. หลักการอ้างอิงในเนื้อหา (In-text Citations)
การอ้างอิงในเนื้อหาจะระบุชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ์ไว้ในวงเล็บ โดยมีรูปแบบหลัก ๆ ดังนี้:
2. หลักการเขียนบรรณานุกรม (Reference List)
รายการบรรณานุกรมจะปรากฏในส่วนท้ายของรายงานวิจัย โดยเรียงลำดับตามตัวอักษรของชื่อผู้แต่งคนแรก (นามสกุล) โดยมีรูปแบบดังนี้:
3. แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
รายการบรรณานุกรมที่ปรากฏในงานวิจัยนี้ครอบคลุมทั้งหนังสือ บทความจากวารสารวิชาการ รายงานการวิจัยจากหน่วยงานทางการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและทันสมัยในช่วง 5 ปีล่าสุด (พ.ศ. 2563-2568 หรือ ค.ศ. 2020-2025) ตามที่ได้นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมและบทที่ 2 ของงานวิจัยฉบับนี้ ลิขสิทธิ์และการอนุญาตใช้งาน
ลิขสิทธิ์และการอนุญาตใช้งาน
เอกสารงานวิจัยนี้เป็นผลงานทางวิชาการที่จัดทำขึ้นโดย [ระบุชื่อผู้วิจัย/คุณคชาพร บุญคุ้ม] เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนไตรภพวิทยา จังหวัดลำปาง และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
1. ลิขสิทธิ์ (Copyright)
2. การอนุญาตใช้งาน (Licensing)
เพื่อให้งานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาในวงกว้าง ผู้วิจัยยินดีที่จะอนุญาตให้ใช้งานภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้:
ทั้งนี้ ผู้วิจัยขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการอนุญาตใช้งานในอนาคต หากมีเหตุผลอันสมควร การต่อยอดและพัฒนา
การต่อยอดและพัฒนา
งานวิจัย "การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเทคโนโลยีด้วยแนวคิด Soft Power เพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารและความเป็นผู้นำที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2" นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในวิชาเทคโนโลยี การนำผลการวิจัยไปใช้และต่อยอดอย่างเป็นระบบจะช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างผลกระทบในวงกว้างขึ้น ทั้งในระดับโรงเรียนและระดับการศึกษาที่ใหญ่ขึ้นได้
1. การต่อยอดภายในสถานศึกษา (โรงเรียนไตรภพวิทยา)
2. การพัฒนาสู่ระดับเครือข่ายและหน่วยงานภายนอก
การเขียนอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์
นาง.คชาพร บุญคุ้ม, https://www.lpeduinno.org. 2568. แหล่งที่มา : https://www.lpeduinno.org/ShowInno.php?id=6I78Z00000000095 ค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม, 2569.
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
|
|||||||||||||||||||||||||||||